พลาสติซอลในงานพิมพ์สกรีนเสื้อผ้า     


                                                                                                             โดย....อาจารย์ รุ่งทิพย์  อมรวชิรวงศ์
                                                                                                             ผู้เชี่ยวชาญเรื่องผลิตภัณฑ์พิมพ์สกรีนเสื้อผ้า  หจก. เอส. เค. สีและเคมี


             สีพลาสติซอลเป็นสีที่ได้รับการต้อนรับจากวงการพิมพ์ผ้ายืดอย่างกว้างขวางในต่างประเทศมามากกว่า 20 ปี และได้เข้ามาสู่ประเทศไทยเมื่อ  15 ปีที่ผ่านมา   ปัจจุบันสีพลาสติซอลได้เป็นที่ยอมรับกันอย่างพอสมควรในบ้านเมืองของเรา  เนื่องจากการใช้งานง่าย  ไม่แห้งตัวในขณะที่พิมพ์งาน   ซึ่งจะไม่ทำให้เกิดปัญหาสีจับหน้าบล็อกสกรีน   ต้องทำความสะอาดบล็อกบ่อย  ๆ  สามารถพิมพ์ลวดลายที่ต้องการเก็บลายละเอียดมาก ๆ  ได้    และสามารถ( Halftone )  ลงบนผ้าสีเข้มหรือสีดำได้เลยทันที  โดยไม่ต้องรองพื้นก่อน  มีความสามารถในการยึดติดกับชิ้นงานได้มากชนิด ตลอดจนถึงสามารถสร้างงานพิมพ์ที่หลากหลายแตกต่างไปจากสีพิมพ์ผ้าสูตรน้ำ(Aqeoues System) อาทิเช่น สีพิมพ์ลายหนัง (Suede) เยลลี่พริ้น(Jelly Print) ลูกปัด(Caviar Beads) และสีพิมพ์ผ้าที่มีเนื้อหนาเป็นมิลๆ ได้ เป็นต้น สีพลาสติซอลมีลักษณะพิเศษนอกเหนือจากสีพิมพ์ผ้าสูตรน้ำ คือต้องใช้ความร้อนในการอบสีให้แห้ง มันไม่สามารถที่จะแห้ง(Cure) เองในอุณหภูมิห้อง อุณหภูมิที่เหมาะสมที่สุดในการทำให้สีแห้งคือ 143 o C   -166  o C (290oF-330oF)                     
           โดยแท้จริงแล้ว สีพลาสติกซอลสามารถพิมพ์ลงได้บนวัตถุแทบทุกพื้นผิวที่สามารถทนความร้อนและมีช่องให้พลาสติซอลไหลผ่านเพื่อเคลือบผิววัตถุที่ต้องการพิมพ์ในด้านนั้นไว้ได้ นั่นหมายถึงว่าสีพลาสติซอลสามารถพิมพ์ลงบนวัตถุที่เป็นเส้นใยธรรมชาติและเส้นใยไฟเบอร์ได้ สีพลาสติกซอลจะไม่ซึมเข้าเส้นใยแบบสีย้อม(Dye) แต่จะเคลือบเพียงผิวของเส้นใยไว้เท่านั้น และก็จะทำให้สีกับเส้นใยมีปฏิกิริยาพันธะเคมี (Mechanical Bond) ซึ่งกันและกัน โดยมีความร้อนเข้ามาส่วนร่วมด้วย ด้วยเหตุผลนี้สีพลาสติซอล
            จึงสามารถติดบนผ้าได้มากชนิดกว่าสีพิมพ์ผ้าสูตรน้ำ แต่ถ้าเป็นผ้าร่มหรือไนลอนก็เคลือบสารกันน้ำมาแล้ว(Waterproofed) จะต้องนำเคมีที่ช่วยประสานเนื้อหรือที่เรียกว่า Fixing Agent ผสมเข้าไปด้วย

ความปลอดภัยทางสุขภาพและสิ่งแวดล้อม
              สีพลาสติซอลไม่ใช้สารมีพิษ(Innocuous) ถ้าได้รับการอบสีให้แห้งอย่างถูกต้องและถูกวิธี สีพลาสติซอลที่แท้จริงประกอบด้วยสารน้ำมันที่ไม่ก่อให้เกิดอากาศเป็นพิษ(Air-Pollution) และมีส่วนประกอบอื่นๆ ที่ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองเกี่ยวกับระบบการหายใจและผิวหนัง สีพลาสติซอลเป็นสีที่ปลอดภัยต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมในทุกๆ ด้าน  ไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิตหรือผู้ใช้งาน ตลอดจนถึงการขนส่งและการเก็บรักษา ตามโครงการป้องกันสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยของสุขภาพ(The Safety and Environmental Protection Procedures) ซึ่งมีอัตราการกำหนดไว้ดังนี้ 

                             อัตราความปลอดภัยด้านสุขภาพ  =  1 (เบาบาง) 
                                              (Health Rating)
                             อัตราความปลอดภัยด้านการติดไฟ   =  1 (เบาบาง)
                                          (Flammability Rating)
                        อัตราความปลอดภัยด้านความไวต่อปฏิกิริยา  =  0  (น้อยมาก)
                                            (Reactivity Rating)
                              อัตราความปลอดภัยด้านปกป้องบุคคล   =  B ( ดี )
                                     (Personal  Protection Rating)

 การเลือกผ้าสกรีน
             มีผ้าสกรีนที่ใช้กันอยู่ทั่วโลกมากกว่า  400 ชนิด  ที่จะต้องเลือกสรรมาใช้กับงานนี้  การเลือกผ้าสกรีนที่ถูกต้องจะทำให้ได้ชิ้นงานที่ตรงกับความต้องการ  และสร้างสรรงานที่มีคุณภาพให้ จึงควรเลือกผ้าสกรีนให้เหมาะกับงาน ดังนี้

เบอร์ ใช้พิมพ์
36 กากเพชร ขนาด  0.3 mm.  0.1 mm.
65 ผงทอง-เงิน-มุก  นูนหนา  กากเพชร ขนาด 0.01mm.  0.004 mm.
80-100 รองพื้นหนา  นูนธรรมดา  ผงทอง-เงิน-มุก  และพิมพ์ลายหนา ๆ  บนผ้าเข้ม
120 ลายทั่วไปบนผ้าเข้ม  รองพื้นที่มีรายละเอียด  พิมพ์ผ้าร่มสีดำ
135-150 ลายทั่วไปบนผ้าขาว
180 สีต่าง ๆ  บนผ้าขาวหรือผ้าสีอ่อน  ผ้าร่ม-ไนลอนสีอ่อน ๆ  ฮาร์ฟโทนบนผ้าเข้ม
200-230 สีต่าง ๆ  ที่มีรายละเอียดมาก ๆ  บนผ้าขาวหรือผ้าสีอ่อน  ผ้าร่ม-ไนลอนสีอ่อน
พิมพ์หลากสีบนสีรองพื้น  ฮาร์ฟโทนบนผ้าสีขาวหรือสีเข้ม
250-305 ลวดลายสอด  4  สีบนผ้าขาว  ลวดลายหลายสีบนผ้าเข้มหรือผ้าดำ  ฮาร์ฟโทนบนผ้าขาว
 
            ถ้าพิมพ์ลายผ้าที่มีขนมากให้ใช้ผ้าสกรีนที่มีจำนวนเส้นด้ายน้อยกว่าปกติ  20  เส้นต่อ  1  นิ้ว  ในกรณีที่พิมพ์ด้วยมือ  และถ้าพิมพ์โดยเครื่องพิมพ์อัตโนมัติจะต้องใช้ผ้าสกรีนที่มีจำนวนเส้นด้ายมากขึ้นอีก  30  เส้นต่อ  1  นิ้ว   

การเลือกแปรงปาดสี  (Squeegees)
           
           สิ่งที่จะควบคุมการไหลของสีพิมพ์พลาสติซอลนอกจากความถี่-ห่างของผ้าสกรีนแล้วแปรงปาดสี (Squeegees) ก็เป็นอีกอย่างหนึ่งที่จะเข้ามาเป็นปัจจัยที่สองในการทำงานตรงนี้ โดยแท้จริงแล้วเราสามารถเลือกใช้ยางปาดสีได้หลายแบบตามความต้องการของงานที่จะทำหรือตามผ้าสกรีนที่เราได้เลือกใช้ไปแล้ว 
ประเภทสีพลาสติซอล รูปร่าง (Shape) ความแข็ง (Shore A) ความหนา (mm.)
ฮาร์ฟโทน/ออฟเซ็ท U 80 7-9
เบสใส U 70-80 7-9
เบสทึบ U 70-80 7-9
สีขาว V 70-80 7-9
นูน V 60-70 7-9
เยลลี่พริ้น V 60-70 7-9
    
           ยางปาดสีรูปตัวU ที่มีเนื้อแข็ง จะรีดสีได้ดีกว่า ยางปาดสีรูปตัวV ที่มีเนื้อนิ่ม ส่วนเรื่องความหนาของยางปาดสีก็จะเป็นสิ่งที่ผันแปรตามความยาวของแปรงปาดสี
(7mm.=บาง  9mm.=หนา) หมายความว่า แปรงปาดสีที่มีความขนาด            

การวัดอุณหภูมิของสีพลาสติซอล
           Temperature Test Strips เป็นแถบที่ใช้อุณหภูมิสีพลาสติซอลที่พิมพ์ลงไป ถ้าสีหนาแถบอุณหภูมิควรจะวางไว้ในด้านนของเสื้อ เพื่อให้แน่ใจว่าได้ทราบถึงอุณหภูมิที่แน่นอนจริงๆ  เครื่องวัดความร้อน (Temperature Probes หรือ Pyrometers) ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ควรจะใช้ด้วย ถึงแม้ว่าเครื่องวัดอุณหภูมิจะเป็นสิ่งที่วัดอุณหภูมิได้ถูกต้องแน่นอนมันก็อาจจะทำให้การอ่านค่าความร้อนจากแผ่นฟิล์มของสีที่พิมพ์ไปเกิดข้อผิดพลาดขึ้นมาได้ ถ้าใช้ไม่ถูกต้องเพราะเครื่องวัดอุณหภูมิอาจจะไม่มีปฏิกิริยาได้เร็วเพียงพอในการจับค่าความร้อนของแผ่นฟิล์มของสีที่พิมพ์ลงไปได้ถ้าความหนาของแผ่นฟิล์มของสีที่พิมพ์ลงไปได้รับอุณหภูมิที่เหมาะสม สีก็จะแห้งตัวได้อย่างสมบรูณ์ ซึ่งหมายความว่า การให้อุณหภูมิความร้อนสูงอย่างเพียงพอจะทำให้สีพลาสติซอลแห้งตัวได้อย่างสมบรูณ์แบบได้โดยใช้เวลาไม่กี่วินาทีเท่านั้น
             
การตรวจสอบการแห้งตัวของสีพลาสติซอล
การตัดสินใจว่าสีพลาสติซอลแห้งตัวหรือไม่นั้น จะทดสอบกันได้โดยการซักในน้ำร้อนและผงซักฟอกชนิดแรงๆ โดยทั่วไปจะทดสอบกัน 5-10 ครั้ง จึงจะถือว่าแห้งตัวดีหรือไม่ แต่ถ้าสียังไม่แห้งตัวเรียบร้อยดีจะแสดงผลให้ทราบหลังจากวักไปเพียง 1-3 ครั้งเท่านั้น โดยทั้วไปยังมีการทดสอบได้อีก 2 วิธี ดังนี้คือ
              1.การยึดบริเวณสีที่พิมพ์ออกไป 2/3 ของความยืดของเนื้อผ้า เป็นวิธีที่นิยมทดสอบกันมากที่สุด ถ้าสีที่พิมพ์ลงไปถ้าสีที่พิมพ์ลงไปแตกและไม่สามารถหดกลับได้ หมายความว่าสียังแห้งตัวได้ไม่ดีพอ การยืดผ้าดูเมื่อทดสอบการแห้งตัวของสีนี้ไม่เหมาะสำหรับทดสอบสีพิมพ์หนาๆ เพราะสีที่พิมพ์หนาๆ ต้องพิมพ์หลายชั้น สีที่อยู่บนอาจจะแห้งตัวดีแล้ว แต่สีที่อยู่ด้านล่างยังไม่แห้งตัวดี เวลาดึงดูก็จะไม่เห็นผลเสียอะไรให้เป็นจุดสังเกต
              2.การหยดสารเคมีCuring Testing Liquid 2-3 หยด ลงบนด้านหลังของสีพิมพ์ที่อยู่ด้านในของเสื้อ ถ้าสีที่พิมพ์ลงไปแล้วไหลมาเปื้อนบริเวณที่ยังไม่ได้พิมพ์ นั่นจะหมายความว่าสียังไม่แห้งตัวดี ต้องนำไปอบใหม่

เทคนิคการอบสี
1.สีขาวจะใช้เวลาการอบสีนานที่สุด นานกว่าสีมาตรฐานทุกสี สีเฉดอ่อนต้องอบนานกว่าสีเข้ม สีพิมพ์หนา ต้องการการอบสีนานกว่าสีบาง
2.การพิมพ์กากเพชร(Glitter) การเพชรละเอียดๆ(Shimmer) สีสะท้อนแสงไฟ(Reflective) ผงทองโลหะ ผงมุก ใช้เวลาในการอบ
   นานกว่าสีพลาสติซอลที่ผสมสีปิกเม้นท์
3.เมื่อพิมพ์สีลงไปแล้ว ควรจะอบสีเลยทันทีหรือภายใน 1 นาที ถ้าอบสีช้ากว่านี้ น้ำมันที่ใช้เป็นส่วนผสมอาจจะซึมออกข้างลายพิมพ์ได้
4.เทปวัดอุณหภูมิไม่สามารถที่จะวัดว่าสีอบแห้งดีแล้ว ซึ่งจะสามารถบอกได้เพียงคร่าวๆเท่านั้น สิ่งที่จะวัดได้ดีที่สุด คือ การทดลองซักนั่นอง

การทำความสะอาดบล็อก
ให้ใช้น้ำมันก๊าด(Mineral Spirits) ในการล้างทำความสะอาดบล็อกหลังจากเก็บสีเรียบร้อยแล้ว หรือถ้าจะใช้น้ำล้างบล็อกก็ได้ แต่บล็อกจะต้องเคลือบน้ำยา Paty ก่อน สิ่งที่จะครบน้ำมันที่ค้างอยู่ในบล็อกคือ น้ำสบู่ ให้ชโลมน้ำสบู่ก่อนแล้วใช้น้ำล้างออกภายหลัง 

แก้ปัญหาการพิมพ์
1.สีย้อมซึม(Dye-Migration) คือปัญหาอย่างหนึ่งเกิดจากการสีย้อมของผ้าโพลีเอสเตอร์ไหลซึมเข้าสู่สีพิมพ์ พลาสติซอล ปัญหานี้จะสังเกตได้ง่ายเมื่อสีพิมพ์อ่อนลงบนผ้าสีเข้ม สีของผ้าที่มักจะเกิดปัญหานี้ขึ้นคือ สีแดง (Red) สีแดงคล้ำ(Maroon) เขียวเข้ม(Kelly Green) และสีกรมท่า(Navy Blue) หรือสีน้ำเงินเข้ม(Darker Blue) ยาวควรจะใช้ยางปาดสีที่หนากว่าแปรงปาดสีที่มีขนาดสั้น และแปรงปาดสีที่มีขนาดสั้นกว่าให้ใช้ยางปาดสีที่บางกว่าแปรงปาดสีที่มีขนาดยาว สำหรับตัวเลขที่เหมาะสำหรับการพิมพ์ผ้ายังไม่พบข้อกำหนดไว้สำหรับงานที่ได้เตรียมบล็อกสกรีนไว้เรียบร้อยแล้ว อัตราการไหลตัวของสีพิมพ์พลาสติซอลก็เสมือนได้ว่าถูกกำหนดไว้แล้วด้วยความถี่-ห่างของผ้าสกรีน เรายังสามารถควบคุมการไหลตัวของสีได้อีกชั้นหนึ่งด้วยยางปาดสี การใช้ยางปาดสีรูปตัว U อยู่แล้วสีจะไหลลงน้อย ถ้าต้องการให้สีไหลตัวมากขึ้น(พิมพ์หนาขึ้น) ก็ให้เปลี่ยนเป็นยางปาดรูปตัวV และการใช้ยางปาดสีที่มีความแข็งที่80 shore A อยู่แล้ว สีก็จะไหลตัวน้อย (พิมพ์บาง) ให้เปลี่ยนยาง
ปาดที่นิ่มลงอาจจะใช้ที่ความแข็ง70หรือ60
shore A ก็ได้ ซึ่งจะได้สีที่หนาขึ้น(60 shore A =นิ่ม 70 shore A =ปานกลาง  80 shore A= แข็ง)

การเตรียมฟิล์ม
(Films)
              การเตรียมฟิล์มพลาสติซอลก็เหมือนกับการเตรียมฟิล์มสีสูตรน้ำไม่ว่าจะเป็นการพิมพ์ลายธรรมดาหรือพิมพ์ลายออฟเซ็ท 4 สี แต่สิ่งหนึ่งที่ดูเหมือนว่าจะมาคู่กับการพิมพ์พลาสติซอล คือ การเตรียมฟิล์มแบบภาพเหมือนจริง หรือที่เรียกว่าHalftone การเตรียมฟิล์มแบบนี้อาจจะทำได้ในโปรแกรม Photoshop Version3 เป็นต้นไป หรือทำในโปรแกรมสำเร็จรูปที่มีจำหน่ายกันในตลาดโลก

การอบสี(Curing Plastisol)
              การอบสีพลาสติซอลเป็นเรื่องของการทำสีให้แห้งโดยใช้ความร้อนและระยะเวลาที่ถูกต้องและเหมาะสม การอบสีที่สมบูรณ์เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างหนึ่ง สาเหตุที่ทำให้สีพลาสติซอลยึดผ้าไม่ดีพอ ส่วนมากแล้วจะเกิดจากการอบสีพลาสติซอลไม่เหมาะสมทั้งสิ้น
              เมื่อสีพลาสติซอลถูกความร้อน   อนูของพลาสติซอลจะดูดเอาของเหลวที่อยู่รอบ ๆ เข้ามาแล้วพองตัวขึ้น  หลังจากนั้นจะเข้ารวมตัวกันเป็นหนึ่งเดียวและผนึกตัวให้เหนียวขึ้น   โดยทั่วไปเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ที่จะใช้ความร้อนที่สูงมากเกินไปในการอบสี  เนื่องจากอุณหภูมิสูงมากเกินไปเป็นจุดที่ทำให้ผ้าที่พิมพ์ไหม้เกรียมได้ :  อย่างไรก็ตามก็ยังไม่มีคำแนะนำว่าให้ใช้ความร้อนในการอบสีพลาสติซอลมากกว่า  176 o C  ( 350  oF )  ระดับความร้อนในระดับนี้จะเป็นสาเหตุทำให้สีพลาสติซอลพองตัว  แล้วยุบตัวลงทันที  ซึ่งจะเกิดปัญหาสีย้อมซึมเข้าสีพลาสติซอล  ( Dye Migration )การที่สีพลาสติซอลที่พิมพ์ไปแล้วไม่ได้รับความร้อนจากการอบสีอย่างสมบูรณ์แบบ   อนูของพลาสติซอลก็จะไม่รวมตัวกับของเหลวที่อยู่รอบ ๆ    ซึ่งจะเป็นผลทำให้สีที่พิมพ์แล้วแตกและหลุดได้เมื่อมีการซักล้าง 
            อุณหภูมิที่สีพลาสติซอลจะเริ่มคลายเป็นสารเหนียวหรือเจวอยู่ระหว่างอุณหภูมิ
82–121  o C (180– 250 oF)  ซึ่งเรียกการอบสีแบบกึ่งหนึ่ง  (Semi-Cured)   สีจะถูกอบได้อย่างสมบูรณ์ระหว่างอุณหภูมิ  138-160  o C  ( 280-320 oF )  ซึ่งทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสีพลาสติซอลและความหนาบางของสีที่พิมพ์ลงไป  เราจะเรียกอุณหภูมิการอบสีอย่างสมบูรณ์นี้ว่า Fusion Temperature  ดังนั้น  สีพลาสติซอลส่วนมากจะแห้งจริง ๆ ที่อุณหภูมิ 149 o C ( 300 oF)
              1.การอบสีด้วยเครื่องอบความร้อนแบบเคลื่อน ( Flush Cure)  โดยทั่วไปแล้วสีพลาสติซอลสามารถแห้งตัวได้อย่างสมบูรณ์แบบโดยเครื่อง Flush Cure ถ้าเครื่องถูกตั้งให้ห่างจากหน้าโต๊ะพิมพ์ 2-3 นิ้ว และใช้เวลาในการรอบสี 20-30 วินาที สำหรับการอบระหว่างสีให้ใช้เวลาลดน้อยลง
              2.การอบสีด้วยเครื่องอบความร้อนแบบสายพาน ( Conveyor)  ขั้นต้นควรจะเปิดเครื่องไว้  เพื่อให้อุณหภูมิได้กระจายตัวอย่างสม่ำเสมอทั่วทั้งเครื่องก่อน  เครื่องอบผ้าแบบนี้ของแต่ละที่จะมีขนาดกว้างยาวแตกต่างกันไป  เป็นสิ่งที่ไม่สามารถกำหนดลงไปได้ว่าควรจะกำหนดความเร็วของการเคลื่อนที่ของสายพานให้อยู่ในระดับไหน  โดยทั่วไปแล้ว  จะตั้งกันไว้ที่ 20-30 วินาที  เครื่องอบที่มีขนาดเล็กควรที่จะกำหนดความเร็วของสายพานไว้ช้ากว่าเครื่องที่มีขนาดใหญ่กว่า  สิ่งที่จะกำหนดระยะเวลาที่ดีที่สุดก็ คือ  การทดสอบการอบสีด้วยตัวเอง  จับเวลาความเร็วที่ใช้แล้วทดลองอบสีดูแล้วทดลองซักเอง  ว่าความเร็วตรงไหนทีดีที่สุดสำหรับสีที่เลือกและผ้าที่ใช้พิมพ์ในขณะนั้น  แล้วบันทึกเวลาดังกล่าวไว้  เช่น  ถ้าพิมพ์สีขาวบนผ้าสีแดง   สีขาวที่ได้ก็จะเป็นสีชมพูอ่อน  และถ้าพิมพ์บนผ้ามีกรมท่าก็จะได้สีฟ้า  เป็นต้น   ปัญหานี้อาจจะปรากฏขึ้นทันทีหลังจากที่สีอบแห้งแล้ว  หรือหลังจากอบสีแห้งแล้วเป็นชั่วโมง ๆ เป็นวัน ๆ แล้วก็ได้
              การควบคุมควรปฏิบัติดังนี้ :
•  พิมพ์โดยใช้สีที่มีความทึบสูง  ( High-Opacity)  มีความข้น ( Viscosity)  พอสมควร  ไม่เหลวเกินไป
   ใช้ความร้อน  ไม่มากเกินกว่าความจำเป็นในการอบสีให้แห้ง  การใช้ความร้อนมากเกินไปเป็นบ่อเกิดของ Dye-Migration
•  พิมพ์รองพื้นด้วยสีขาวพร้อมทั้งอบสีให้แห้งก่อน  แล้วจึงพิมพ์สีที่ต้องการภายหลัง

2.ใช้
Additive  ไม่ถูกต้องและไม่สมควร   สีและเบสจ่าง ๆ ได้รับการทำขึ้นมาให้สามารถใช้งาน  ได้สะดวกและเหมาะสมแล้ว  การจะนำสารช่วยปรุงแต่งต่าง ๆ มาใช้  ก็ให้สอบถามผู้จัดจำหน่ายก่อนและควรนำมาใช้เท่าที่จำเป็นที่สุดและน้อยที่สุด  เพราะอาจจะเกิดผลเสียมากกว่าผลดีได้ง่าย  ผลเสียที่เกิดขึ้นอาจจะไม่ได้เกิดขึ้นทันที  แต่จะเกิดขึ้นหลังหลังจากที่ทำงานส่งไปถึงมือลูกค้าผู้สวมใส่แล้ว  ไม่เพียงความเสียหายจะเกิดขึ้นเท่านี้  ต้นทุนการผลิตสินค้าที่เกิดจากการแต่งเคมีช่วยเข้าไปก็ยังจะสูงขึ้นตามมาด้วย  ทางที่ดีควรเลือกซื้อสีพลาสติซอลที่มีคุณภาพดีจากผู้จำหน่ายที่สามารถให้คำแนะนำที่ชัดเจนและถูกต้อง  ทั้งนี้จะทำให้สีย้อมซึมเข้าหาสีรองพื้นขาวก่อน  เมื่อพิมพ์สีต่อไปทับด้านบนจึงไม่ก่อให้เกิดปัญหานี้

3.อบสีให้ถูกวิธี   ปัญหามากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์  สำหรับผู้ใช้สีพลาสติซอลเกิดมาจากการอบสี   ดังนั้นควรจะศึกษาเรื่องนี้ให้ดีที่สุด
              สำหรับในเรื่องของการนำสีพลาสติซอลมาพิมพ์สกรีนผ้า  มีการนำสีมาพิมพ์สกรีนได้ทั้งสองวิธี  คือ  พิมพ์สกรีนตรงและพิมพ์สกรีนอ้อม   ได้ดีทั้งสองประการ  ซึ่งถือว่าเป็นสีที่น่าให้ความสนใจเมื่อคำนึงถึงผลลัพธ์ที่ได้มา


*ข้อมูลทั้งหมดที่ระบุไว้ในบทความข้างต้นนี้ รวมทั้งคำแนะนำต่าง ๆ ล้วนแต่มีพื้นฐานมาจากความรู้และความเข้าใจในปัจจุบันของผู้เขียนทั้งสิ้น และถือได้ว่าความรู้ดังกล่าวมีความถูกต้องแม่นยำแล้ว แต่อย่างไรก็ตามผู้เขียนยังไม่สามารถให้การรับประกันความถูกต้องแม่นยำของข้อมูลและคำแนะนำดังกล่าวได้ในทุก ๆ กรณี เนื่องจากผู้เขียนไม่อาจคาดคะเนได้ว่าผู้อ่านจะนำข้อมูลหรือคำแนะนำ ไปใช้เมื่อใด ทางด้านใดบ้าง และมีปัจจัยอะไรเป็นองค์ประกอบบ้าง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ อาจเป็นสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาและผู้เขียนขอสงวนสิทธ์ในการแก้ไขและเปลี่ยนแปลงข้อมูล และคำแนะนำข้างต้นตลอดด้วยโดยไม่มีการแจ้างให้ทราบล่างหน้า*   

แก้ไขล่าสุด ใน วันพุธที่ ๒๐ กรกฏาคม ๒๕๕๔ เวลา ๑๐:%M น.
 

       เรียนสกรีนเสื้อฟรี

 
   ScreenPrintingSecret
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้1044
mod_vvisit_counterเมื่อวาน1114
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้5383
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่แล้ว5901
mod_vvisit_counterเดือนนี้20836
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว32482
mod_vvisit_counterทั้งหมด493175

Online (20 minutes ago): 11
Your IP: 54.82.68.201
,
Today: ส.ค. ๒๑, ๒๕๕๗